Samsung Electronics ได้จัดงานทดลองใช้งานสำหรับลูกค้าทั่วไปชื่อ 'สัปดาห์ Samsung AI TV' ที่ Samsung กังนัม เขตซอโช โซล ตั้งแต่วันที่ 4 เดือน 16 ถึง 17 ในงานนี้สามารถดูทีวีรุ่นปี 2026 และสินค้าเครื่องเสียงใหม่ได้ด้วยตัวเอง บริษัทบอกว่าจะขยายโอกาสให้ผู้บริโภคได้ทดลองใช้งานแบบเหมาะกับแต่ละคน ที่หน้างานมีการจัดแสดงสินค้าอย่าง ไมโคร RGB, OLED, ไลฟ์สไตล์ทีวี เดอะเฟรม, หน้าจอเคลื่อนที่ มูฟวิงสไตล์ และมิวสิกสตูดิโอ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ธีมแยกอีก 5 แบบ เช่น กีฬาและเกม ผู้เยี่ยมชมยังได้ทดลองฟังก์ชันที่ใช้แพลตฟอร์ม AI แบบรวมของทีวี Samsung ชื่อ 'AI วิชัน คอมแพเนียน' ได้ด้วย Samsung Electronics ยังเปิดศูนย์ให้คำปรึกษาเรื่องเครื่องใช้สำหรับคู่แต่งงานใหม่ด้วย ที่นี่ไม่ได้ให้คำปรึกษาแค่เรื่องทีวี แต่ยังให้คำปรึกษาแบบเหมาะกับแต่ละคนเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าสำหรับชีวิตคู่ใหม่โดยรวม บริษัทอธิบายว่ายุคที่ AI TV แพร่หลายได้เริ่มต้นอย่างจริงจังแล้ว
원문 보기งานนี้ไม่ใช่แค่ร้านขายทีวี แต่เป็นเวทีเปิดวิธีขายแบบใหม่ของ Samsung
ถ้าอ่านแค่ข่าว ก็อาจดูเหมือนงานทดลองสินค้าใหม่ธรรมดาใช่ไหม แต่ถ้าดูให้ละเอียดอีกนิด จะเห็นว่า AI, ทีวีพรีเมียม, ร้านแบบให้ทดลองใช้, การปรึกษาเครื่องใช้สำหรับคู่แต่งงาน ถูกมัดรวมอยู่ด้วยกัน การที่ 4 อย่างนี้ออกมาพร้อมกัน หมายความว่า Samsung ไม่ได้ขายทีวีเป็นแค่หน้าจอธรรมดาอีกต่อไปแล้ว
เมื่อก่อนเวลาซื้อทีวี จุดสำคัญมักเป็น 'กี่นิ้ว ภาพดีไหม ลดราคาเยอะไหม' ใช่ไหม ตอนนี้เรื่องมันเปลี่ยนไปแล้ว ประสบการณ์อย่างการหาคอนเทนต์ในทีวี การแปล การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ในบ้าน และการให้เข้ากับการแต่งบ้าน กลายเป็นเรื่องสำคัญขึ้นมา เพราะแบบนี้ Samsung เลยไม่ได้แค่โชว์สินค้าชิ้นเดียว แต่พยายามให้คนได้ลองทั้งภาพรวมว่า ทีวีจะมีบทบาทแบบไหนในบ้าน
และพอมีมุมปรึกษาเครื่องใช้สำหรับคู่แต่งงานใหม่เข้ามาด้วย งานนี้ก็ยิ่งชัดขึ้น Samsung มองทีวีไม่ใช่แค่ เครื่องใช้ไฟฟ้า 1 เครื่อง แต่เป็น ทางเข้าของแพ็กเกจการใช้ชีวิต ที่เชื่อมต่อไปยังตู้เย็น เครื่องซักผ้า และสมาร์ตโฮม แล้วคำถามต่อไปก็เกิดขึ้นเองว่า AI ที่ติดมากับทีวีสมัยนี้มันช่วยอะไรได้บ้าง ถึงต้องขายผ่านประสบการณ์กันขนาดนี้?
Samsung กำลังพยายามขายทีวีไม่ใช่เป็นสินค้า แต่เป็น แพ็กเกจประสบการณ์การใช้ชีวิต
ฟังก์ชัน AI, ไลน์อัปที่ซับซ้อน, ร้านแบบให้ทดลองใช้, และการปรึกษาเครื่องใช้สำหรับคู่แต่งงาน ไม่ใช่องค์ประกอบที่แยกกัน แต่เป็น กลยุทธ์เดียวกัน
สมาร์ตทีวีเมื่อก่อนกับ AI TV สมัยนี้ต่างกันอย่างไร?
แม้จะฟังดูเหมือนเป็น 'ทีวีอัจฉริยะ' เหมือนกัน แต่ฟังก์ชันหลักเปลี่ยนไปนิดหน่อย ถ้าสมาร์ตทีวีเมื่อก่อนใกล้กับการเปิดแอปและการแนะนำพื้นฐาน AI TV ตอนนี้กำลังขยายไปในทางที่อ่านบริบทของหน้าจอและทำให้ต้องกดสั่งงานน้อยลง
| หัวข้อเปรียบเทียบ | สมาร์ตทีวีแบบเดิม | |
|---|---|---|
| บทบาทหลัก | เปิดแอปและเป็นฮับสตรีมมิงพื้นฐาน | |
AI TV สมัยนี้ ผู้ช่วยแบบรวม ที่รวบทั้งภาพ เสียง การแนะนำ และการค้นหา | ||
| การประมวลผลภาพ | อัปสเกลพื้นฐานและโหมดหน้าจอ | |
| การค้นหาคอนเทนต์ | เน้นการแนะนำผ่านเมนู | |
| วิธีควบคุม | ปุ่มรีโมตและคำสั่งเสียงแบบง่าย | |
| ฟังก์ชันเสริม | ประมาณการติดตั้งแอปและการมิเรอร์หน้าจอ | |
| จุดที่รู้สึกได้ | รู้สึกว่ามีฟังก์ชันมากขึ้น | |
สิ่งที่คนคาดหวังจาก AI TV ใกล้กับคำว่า 'ใช้งานลำบากน้อยลง' มากกว่าคุณภาพภาพ
แม้จะเป็นการสำรวจผู้บริโภคอเมริกา แต่ทิศทางก็ค่อนข้างชัดเลย ตอนที่ AI เข้าไปอยู่ในทีวี สิ่งที่คนคาดหวังก่อนคือฟังก์ชันที่ช่วยให้ 'หาของดูได้ง่ายขึ้น' มากกว่า 'ทำให้ภาพสวยขึ้น'
OLED, Micro RGB, Lifestyle TV เจาะกลุ่มคนละแบบกัน
เหตุผลที่ไลน์อัปทีวี Samsung ดูซับซ้อนมีแบบง่ายๆ เลยค่ะ เพราะมีทั้งกลุ่มสินค้าที่แบ่งตามเทคโนโลยี และกลุ่มสินค้าที่แบ่งตามรูปแบบการใช้ชีวิตพร้อมกันค่ะ
| กลุ่มสินค้า | สำหรับใคร | จุดเด่นหลัก | เหตุผลที่ทำให้งง |
|---|---|---|---|
| OLED | กลุ่มลูกค้าพรีเมียมที่ดูหนัง·ซีรีส์·เล่นเกมบ่อย | สีดำลึกและภาพที่ทำให้ดื่มด่ำ | ชื่อคล้าย QLED, Neo QLED เลยทำให้มองความต่างของเทคโนโลยีไม่ออกในทันทีค่ะ |
| Micro RGB | กลุ่มลูกค้าราคาสูงมากที่ต้องการห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่มาก·โฮมซีเนมา | ความสว่างสูงกว่าและขยายเป็นจอขนาดใหญ่มากได้ | แม้จะเป็นพรีเมียมเหมือนกัน แต่ช่วงราคาเป้าหมายต่างจาก OLED มากค่ะ |
| Lifestyle TV | ผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการตกแต่งภายในและการจัดบรรยากาศพื้นที่ | ประสบการณ์ใช้ทีวีเหมือนเฟอร์นิเจอร์หรือกรอบรูป | บริบทของพื้นที่สำคัญกว่าคุณภาพภาพแบบล้วนๆ จึงใช้เกณฑ์เทียบกับทีวีทั่วไปไม่เหมือนกันค่ะ |
| หน้าจอเคลื่อนที่แบบ Moving Style | ผู้ใช้ที่ต้องการจัดวางแบบยืดหยุ่นมากกว่าการติดตั้งถาวร | ความสะดวกในการย้ายตำแหน่งใช้งานภายในบ้าน | มันดูเหมือน เครื่องใช้ไฟฟ้าสำหรับพื้นที่ มากกว่าจะเป็น 'ทีวี' เลยทำให้เส้นแบ่งหมวดหมู่ไม่ชัดค่ะ |
เหตุผลที่ Samsung วางไลน์อัปให้กว้าง ก็เพื่อรักษาตลาดย่อยหลายส่วนไปพร้อมกัน
Samsung ไม่ใช่บริษัทที่แค่รักษาอันดับ 1 ของตลาดทีวีรวมแล้วก็จบค่ะ เพราะต้องรักษาการมีตัวตนในตลาดที่แบ่งย่อยมากๆ อย่างพรีเมียม จอใหญ่มาก และ OLED ด้วย เลยจำเป็นต้องมีหลายกลุ่มสินค้าค่ะ
คำว่า 'ทำให้ AI TV เข้าถึงคนทั่วไป' ถูกแค่ไหน และตรงไหนเริ่มเป็นการตลาด?
จะบอกว่าคำพูดของ Samsung ผิดทั้งหมดก็คงไม่ง่ายค่ะ เพราะในความเป็นจริง ขอบเขตการใส่ฟังก์ชัน AI กำลังกว้างขึ้นอยู่ แต่ตัวอย่างเด่นที่ผู้บริโภครู้สึกได้จริง ยังไปกระจุกอยู่ฝั่งทีวีพรีเมียมมากกว่ามากค่ะ
| หัวข้อเปรียบเทียบ | ข้อความของ Samsung | |
|---|---|---|
| คำหลักสำคัญ | ทีวีรุ่นใหม่ปี 2026 99% ใส่ฟังก์ชัน AI | |
ภาพที่เห็นในความจริง จุดศูนย์กลางของงานแสดง·บทความ·การโปรโมต คือ OLED, Neo QLED, Micro RGB | ||
| ขอบเขตการขยาย | ขยายขอบเขต AI ไปถึง QLED | |
| การเข้าถึงของผู้บริโภค | ลดกำแพงในการเริ่มต้นด้วยการสมัครสมาชิก·การผ่อนชำระ เป็นต้น | |
| แนวโน้มของวงการ | ประกาศยุค AI TV | |
| สรุป | การเข้าถึงคนทั่วไปเริ่มแล้ว | |
สนามรบที่แท้จริงของกระแส AI TV จริง ๆ แล้วคือตลาดพรีเมียม
ถึงเรื่อง AI TV จะฟังดูยิ่งใหญ่ แต่การแข่งขันจริงกลับดุเดือดกว่ามากในกลุ่มพรีเมียม TV เพราะยิ่งสินค้าแพง ก็ยิ่งใส่มูลค่าเพิ่มอย่างภาพสวย เสียงดี การแปล การแนะนำ และสมาร์ทโฮมเข้าไปพร้อมกันได้ง่าย
ทำไม Samsung ถึงให้ความสำคัญกับพื้นที่อย่าง 'Samsung กังนัม' มากกว่าช่องทางออนไลน์?
ยิ่ง TV ซับซ้อนมากขึ้น ก็ยิ่งอธิบายด้วยแค่รูปภาพ 1 ใบกับป้ายราคาไม่ได้ เพราะงั้นบทบาทของร้านค้าก็กำลังเปลี่ยนจาก 'พื้นที่วางโชว์สินค้า' ไปเป็น 'พื้นที่ให้ลองสัมผัสโลกของแบรนด์'
| ช่องทาง | จุดแข็ง | ข้อจำกัด | บทบาทที่ Samsung ต้องการ |
|---|---|---|---|
| ออนไลน์ | เปรียบเทียบราคาและซื้อได้รวดเร็วง่าย | ยากที่จะลองสัมผัสภาพ·เสียง·ความรู้สึกของพื้นที่ | ใช้ค้นหาข้อมูลล่วงหน้าและเปลี่ยนเป็นการซื้อ |
| ห้างสรรพสินค้า·ช่องทางขายทั่วไป | เข้าถึงง่ายและปรึกษาก่อนซื้อจริงได้ | มีข้อจำกัดในการนำเสนอแบรนด์และอธิบายระบบนิเวศ | ขยายจุดสัมผัสในการขาย |
| แฟลกชิปแบบทดลองใช้ | แสดงสินค้า·แอป·สมาร์ทโฮม·การจัดวางพื้นที่ได้ในครั้งเดียว | ต้นทุนการดำเนินงานสูงและเพิ่มจำนวนร้านได้ยากมาก | สร้างประสบการณ์แบรนด์ การให้ความรู้ การให้คำปรึกษา และการสร้างฐานแฟน |
ร้านแบบทดลองใช้กลายเป็นที่ขายเหตุผลให้มาเยือน มากกว่าขายตัวสินค้า
ตัวเลขที่ใส่ไว้ตรงนี้มีหน่วยต่างกัน ถ้าวางรวมในกราฟเดียวกันเลยจะทำให้เข้าใจผิดได้ง่าย เพราะงั้นดูแบบสรุปเป็นกรณีศึกษาจะแม่นยำกว่าการเทียบตรง ๆ
| กรณีศึกษา | ตัวเลข | |
|---|---|---|
| Samsung Delight | มีผู้เยี่ยมชม 1 ล้านคน ภายใน 1 ปี 9 เดือนหลังเปิด | |
หมายความว่าอะไร แสดงให้เห็นว่าพื้นที่ทดลองใช้สามารถดึงคนเข้ามาได้มากในช่วงเวลาสั้น ๆ | ||
| Samsung คิงส์ครอส | มากกว่า 60% ของผู้เยี่ยมชมเป็นคนรุ่น MZ | |
| ผลสำรวจผู้บริโภคของ EY | ผู้บริโภคเกาหลี 67% ชอบร้านเฉพาะเจาะจงและไปเยือนตอนช้อปปิ้งออฟไลน์ | |
การที่มีศูนย์ให้คำปรึกษาเรื่องของเตรียมแต่งงานติดมาด้วยไม่ใช่เรื่องบังเอิญ — บทบาทของ TV เปลี่ยนไปแบบนี้แล้ว
ในเกาหลี TV เคยเป็นของที่เหมือนสัญลักษณ์ของห้องนั่งเล่นในบ้านคู่แต่งงานใหม่มาเป็นเวลานาน แต่ตอนนี้ความหมายเชิงสัญลักษณ์นั้นค่อย ๆ อ่อนลง และกำลังขยับจาก 'ของจำเป็นสำหรับแต่งงาน' ไปทาง 'เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เลือกได้ภายในแพ็กเกจ'
2014: TV เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่หลักสำหรับของเตรียมแต่งงาน
ในงานโปรโมชันเครื่องใช้ไฟฟ้าสำหรับของเตรียมแต่งงานของบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ TV มักถูกจัดรวมเป็นรายการพื้นฐานกับตู้เย็นและเครื่องซักผ้า การมี TV เครื่องใหญ่ในห้องนั่งเล่นมีความหมายเหมือนบ้านคู่แต่งงานใหม่เสร็จสมบูรณ์แล้ว
2015: แม้ในงานเวดดิ้งแฟร์ TV ก็เป็นสินค้าจัดแพ็กเกจที่ดูเป็นธรรมชาติ
ที่หน้างานให้คำปรึกษาคู่รักที่กำลังจะแต่งงาน ทีวีเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่แทบไม่ต้องอธิบายแยกเลย มันใกล้เคียงกับของที่ถูกใส่ไว้ในลิสต์เครื่องใช้สำหรับแต่งงานแบบอัตโนมัติ
2024: เริ่มเปลี่ยนเป็นเครื่องใช้สำหรับแต่งงานแบบระบบนิเวศของแบรนด์
ช่วงหลัง ตลาดเครื่องใช้สำหรับแต่งงานกำลังเปลี่ยนจากการซื้อทีวี 1 เครื่อง ไปเป็นการจัดตู้เย็น·เครื่องซักผ้า·ทีวี·เครื่องใช้ไฟฟ้าดีไซน์ของแบรนด์เดียวอย่าง Samsung หรือ LG ไปพร้อมกัน ความเป็นชุดเดียวกันและการเชื่อมต่อกันกลายเป็นเรื่องสำคัญ
2025: ทีวีค่อย ๆ ถูกดันออกจากการเป็นเครื่องใช้สำหรับแต่งงานที่จำเป็น
เมื่อมือถือและ OTT กลายเป็นศูนย์กลางของการใช้ชีวิต ความคิดที่ว่าคู่แต่งงานใหม่ทุกคู่ต้องซื้อทีวีจอใหญ่ก่อนเป็นอย่างแรกก็อ่อนลงไปแล้ว ตำแหน่งพระเอกหลักของห้องนั่งเล่นก็ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้วเหมือนกัน
2026: แต่ถึงอย่างนั้น ทีวีก็ยังเป็น 'ทางเข้าของการให้คำปรึกษา' อยู่ดี
เพราะแบบนี้ Samsung ถึงเอาศูนย์ให้คำปรึกษาเรื่องเครื่องใช้สำหรับแต่งงานไปไว้กับ AI TV Week ถึงแม้ความจำเป็นของตัวทีวีเองจะลดลง แต่ในฐานะจุดเริ่มต้นสำหรับให้คำปรึกษาแบบรวมเครื่องใช้ไฟฟ้าของคู่แต่งงานใหม่ทั้งชุด มันก็ยังมีพลังอยู่
สรุปแล้ว Samsung ไม่ได้ขายทีวี แต่กำลังขาย 'ประสบการณ์ทั้งหมดในบ้าน'
ตอนนี้ชิ้นส่วนปริศนาก็เริ่มเข้าที่แล้ว การเน้น AI TV ไม่ได้มีไว้แค่อวดฟังก์ชันอย่างเดียว การวางไลน์อัปที่ซับซ้อนก็เพื่อแบ่งบทบาทในบ้านตามความชอบ และการใช้พื้นที่อย่าง Samsung กังนัม ก็เพราะต้องให้คนได้ลองสัมผัสเองถึงจะขายได้
ศูนย์ให้คำปรึกษาเรื่องเครื่องใช้สำหรับแต่งงานคือคำใบ้สุดท้ายของกลยุทธ์นี้ ในเกาหลี ช่วงเวลาที่เปลี่ยนเครื่องใช้ไฟฟ้าทีเดียวทั้งชุดมักเชื่อมกับเหตุการณ์อย่างการแต่งงานหรือการย้ายเข้าอยู่ใช่ไหม Samsung กำลังเล็งช่วงเวลานั้นพอดี คือทำให้คนที่มาดูทีวี ลองจินตนาการถึงอุปกรณ์เสียง สมาร์ตโฮม และเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ ไปพร้อมกัน
เพราะงั้น ถ้ามองงานครั้งนี้เป็นแค่งาน 'ทีวี' ก็เท่ากับมองแค่ครึ่งเดียว พูดให้แม่นกว่านั้น Samsung ไม่ได้ขาย หน้าจอที่มี AI แต่กำลังออกแบบและแสดงให้เห็น วิถีการใช้ชีวิตในบ้าน ถ้าต่อไปงานแบบให้ลองสัมผัสจริงเพิ่มขึ้นอีก ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าก็น่าจะยิ่งขยับจากการแข่งขันเรื่องสเปก ไปสู่การแข่งกันว่า 'ใครอธิบายบริบทการใช้ชีวิตได้อย่างเป็นธรรมชาติและเชื่อมโยงได้ดีกว่า' มากขึ้น
Samsung AI TV Week ไม่ใช่งานเปิดตัวสินค้าใหม่ แต่ใกล้เคียงกับการสาธิตกลยุทธ์ที่ขาย AI·พรีเมียม·พื้นที่·เครื่องใช้สำหรับแต่งงาน เป็นชุดเดียวกัน
ในมุมของผู้บริโภค ต่อไปเวลาเลือกทีวี มีโอกาสมากขึ้นที่จะดูไม่ใช่แค่ประสิทธิภาพหน้าจอ แต่จะดู การแนะนำ, การแปล, การเชื่อมต่อสมาร์ตโฮม, การจัดบรรยากาศของพื้นที่ ไปพร้อมกันด้วย
เราจะบอกวิธีใช้ชีวิตในเกาหลีให้คุณ
ช่วยรัก gltr life กันเยอะ ๆ นะ




