ค่ายบันเทิงเคป๊อปขนาดใหญ่ 4 แห่งในประเทศกำลังเตรียมเทศกาลดนตรีระดับโลกด้วยกัน เนื้อหาคือ JYP, SM, YG และไฮบ์กำลังหารือเรื่องการตั้งบริษัทร่วมทุน บทความนี้แนะนำแผนดังกล่าวว่าเป็นสัญญาณเริ่มต้นของ 'โคเชลลาฉบับเกาหลี' งานนี้ไม่ได้เป็นแค่คอนเสิร์ตรวมธรรมดา แต่มีเป้าหมายเป็นเทศกาลขนาดใหญ่ที่ทำให้แฟนทั่วโลกเดินทางมาเกาหลี นอกจากนี้ยังมีคำอธิบายด้วยว่า จะผลักดันให้เป็นโมเดลขยาย K-culture ที่กว้างกว่าการแสดงเคป๊อป พักจินยองพูดถึงเมกาอีเวนต์แบบนี้มานานแล้ว และยังมีการพูดถึงเป้าหมายปี 2027 ด้วย แต่กว่าจะเปิดงานจริง ยังมีขั้นตอนที่ต้องทำอยู่ เพราะบริษัทคู่แข่งจะมาร่วมกันตั้งบริษัท จึงต้องมีขั้นตอนอย่างการยื่นแจ้งการรวมธุรกิจกับคณะกรรมการการค้าที่เป็นธรรม เพราะแบบนี้ บทความนี้เลยไม่ได้หยุดแค่การแนะนำไอเดีย แต่ยังแสดงให้เห็นช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมเคป๊อปกำลังทดลองโมเดลความร่วมมือแบบใหม่ด้วย
원문 보기บิ๊ก 4 ที่เคยสู้กันดุเดือด ทำไมจู่ๆ ถึงอยากเป็นทีมเดียวกัน
เหตุผลที่ภาพนี้น่าสนใจก็ชัดเจนเลยค่ะ ไฮบ์·SM·JYP·YG เดิมทีเป็นบริษัทที่แข่งขันกันอย่างหนักในตลาดเดียวกัน ทั้งเรื่องศิลปิน แฟนด้อม หุ้น และ IP(ทรัพย์สินทางปัญญา หรือสิทธิที่ทำเงินได้ เช่น เพลง ชื่อวง และคาแรกเตอร์) ก็เคยมีเรื่องที่ปะทะกันตรงๆ ด้วย อย่างกรณีที่ไฮบ์พยายามถือหุ้น SM แต่ตอนนี้กลับมีเรื่องการตั้งบริษัทร่วมกัน และจัดเทศกาลด้วยกันขึ้นมา
ถ้าลองคิดว่าทำไม คำตอบกลับง่ายกว่าที่คิดค่ะ เพราะปัญหาของอุตสาหกรรมเคป๊อปช่วงนี้ ไม่ใช่ปัญหาที่บริษัทเดียวจะแก้ได้ลำพัง แม้การสตรีมระดับโลกจะเพิ่มขึ้น และแฟนด้อมจะกว้างขึ้น แต่แรงกดดันอย่างยอดขายอัลบั้มที่ชะลอลง บรรยากาศการลงทุนที่แย่ลง และการเปลี่ยนไปหารายได้ที่เน้นการแสดง ก็เป็นสิ่งที่ทั้งวงการต้องเจอร่วมกัน พูดง่ายๆ คือ แค่ต่างคนต่างวิ่งต่อไปไม่พอแล้ว แต่มันถึงเวลาที่ต้องสร้างสนามแข่งใหม่เลยมากกว่า
โดยเฉพาะเฟสติวัลระดับโคเชลลา แค่มีศิลปินตัวท็อปของบริษัทเดียวไม่กี่ทีมก็ยืนระยะได้ยาก ต้องมีหลายแฟนด้อมมารวมกันในครั้งเดียว ยอดขายบัตรถึงจะโต และสายการบิน ที่พัก แบรนด์สปอนเซอร์ รวมถึงการใช้จ่ายในงานก็จะโตไปด้วย เพราะงั้นความร่วมมือครั้งนี้จึงดูไม่ใช่แค่ 'พวกเราสนิทกันขึ้นแล้ว' แต่ใกล้เคียงกับการมองว่า ถ้าจะสร้างเวทีที่เป็นตัวแทนของเคป๊อปทั้งหมดในเกาหลี ก็ต้องระดมกำลังทั้งหมด มากกว่า
เมื่อก่อนบริษัทต่างๆ แข่งกันเรื่อง การแข่งขันของศิลปิน แต่ตอนนี้ดูใกล้เคียงกับการเตรียม การแข่งขันของแพลตฟอร์ม ของทั้งอุตสาหกรรมมากกว่า
การจัดคอนเสิร์ตคนเดียว กับการสร้างเทศกาลที่ดึงแฟนทั่วโลกมาเกาหลี เป็นเกมที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ความต้องการเคป๊อปโตขึ้น แต่ทำไมวงการกลับยิ่งไม่มั่นคง
ความสนใจจากทั่วโลกเพิ่มขึ้นก็จริง แต่ไม่ได้เชื่อมตรงไปสู่ความมั่นคงของบริษัททันที ตัวเลขด้านล่างนี้แสดงอัตราการเพิ่มขึ้นตัวแทนที่ CNBC รายงาน และการลดลงสูงสุดของราคาหุ้นที่ถูกพูดถึงในบทความให้ดูพร้อมกัน
ไอเดียนี้ ไม่ใช่คำพูดที่เพิ่งออกมาเมื่อวานนะ
“โคเชลลาเวอร์ชันเกาหลี” ไม่ใช่คำฮิตที่โผล่มาแบบกะทันหัน แต่เป็นโปรเจกต์ที่ค่อยๆ ขยายจากไอเดียไปสู่ขั้นตอนการลงมือทำ
ขั้นที่ 1: ถูกยกขึ้นเป็นวาระของรัฐบาล
ในเดือน 10 ปี 2025 พร้อมกับการเปิดตัวคณะกรรมการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมสาธารณะ ก็เริ่มมีการเปิดเผยแผนงานอีเวนต์ขนาดใหญ่มากที่ตั้งใจจะพัฒนาเคป๊อปให้เป็นทรัพย์สินด้านอุตสาหกรรมและการทูต พูดง่ายๆ คือ มันไม่ใช่อีเวนต์ของบริษัทวางแผนใดบริษัทหนึ่ง แต่เริ่มถูกมองว่าเป็นแพลตฟอร์มวัฒนธรรมระดับประเทศ
ขั้นที่ 2: มีชื่อและมีแบบแผนขึ้นมา
โปรเจกต์นี้ถูกพูดถึงในชื่อ แพโนมีนอน(Fanomenon) และอธิบายว่าเป็นโครงสร้างที่รวม เทศกาล+พิธีมอบรางวัล ไม่ใช่แค่การแสดงเท่านั้น มีการพูดด้วยว่าต้องใช้เวลาเตรียมประมาณ 2년
ขั้นที่ 3: เริ่มเห็นผู้ที่จะลงมือทำจริง
ในเดือน 4 ปี 2026 มีรายงานว่า ไฮบ์·วายจี·เอสเอ็ม·เจวายพี กำลังเตรียมตั้งบริษัทร่วมทุนขึ้นมา ถือได้ว่าเป็นช่วงที่จากเดิมมีแค่วิสัยทัศน์ ก็เริ่มเห็นแล้วว่า “ใครจะเป็นคนทำจริง”
ขั้นที่ 4: ตั้งเป้าจัดครั้งแรกในเกาหลีแล้ว
เป้าหมายที่รู้กันตอนนี้คือการเปิดงานครั้งแรกในเกาหลีช่วงเดือน 12 ปี 2027 ถ้าถึงเวลานั้น ก็จะเป็นช่วงที่ตรวจสอบได้จริงๆ ว่ามีโอกาสทำสำเร็จแค่ไหน
ขั้นที่ 5: จากงานในเกาหลีไปสู่แบรนด์ระดับโลก
แผนต่อจากนั้นคือการตระเวนจัดในเมืองสำคัญของโลกหลังเดือน 5 ปี 2028 พูดอีกแบบคือ เป้าหมายไม่ได้จบแค่จัดใหญ่ครั้งหนึ่งในเกาหลี แต่คือการสร้างแบรนด์นานาชาติที่เคลื่อนไปตามแฟนด้อมเคป๊อป
แล้วในเกาหลีจะมีเทศกาลระดับโคเชลลาได้จริงไหม
| เงื่อนไข | ทำไมถึงสำคัญ | โจทย์ที่เกาหลีต้องแก้ |
|---|---|---|
| ไลน์อัปแบบรวมพลัง | ต้องดึงหลายแฟนด้อมมาได้พร้อมกัน ถึงจะมีโอกาสประสบความสำเร็จระดับใหญ่มาก | ต้องจัดองค์ประกอบที่ไม่ติดอยู่แค่แฟนด้อมของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง |
| สถานที่และการเดินทางเข้าถึง | แฟนต่างประเทศจะมา ถ้าสนามบิน·การเดินทาง·รถชัตเทิลสะดวก | ต้องเชื่อมการเดินทางจากสนามบินกับในเมืองให้ลื่นไหล |
| ความสามารถรองรับที่พัก | ถ้าไม่ใช่งานวันเดียว แต่เป็นทริปที่อยู่หลายวัน การใช้จ่ายก็จะมากขึ้น | ต้องมีที่พักรอบสถานที่จัดงานเพียงพอและต้องควบคุมราคาให้เสถียร |
| คอนเทนต์ประสบการณ์ | ถ้ามีแค่การแสดง ก็ยังต่างจาก KCON ในต่างประเทศไม่มากพอ | ต้องเพิ่มเคบิวตี้·อาหารเกาหลี·โปรแกรมให้แฟนมีส่วนร่วมเข้าไป |
| การทำให้เป็นสินค้าเชิงท่องเที่ยว | สิ่งที่ต้องขายไม่ใช่แค่บัตร แต่คือ “เหตุผลที่ต้องไปเกาหลี” | ต้องออกแบบการเชื่อมต่อกับทัวร์·การท่องเที่ยวท้องถิ่น·สถานที่ถ่ายทำ |
| สปอนเซอร์·สื่อ | ถ้าพึ่งแค่บัตร รายได้แบบระดับโคเชลลาจะทำได้ยาก | ต้องมีสปอนเซอร์จากแบรนด์และการขยายผ่านถ่ายทอดสด·ดิจิทัล |
| การสร้างแบรนด์แบบต่อเนื่อง | เทศกาลที่คนกลับมาทุกปีสำคัญกว่าการดังแค่ครั้งเดียว | ต้องพัฒนาให้งานนี้ไม่ใช่แค่อีเวนต์ แต่เป็นแบรนด์ |
ตอนนี้เทศกาลเคป๊อปโตไปถึงไหนแล้ว
ไม่ได้เป็นสภาพเริ่มจากศูนย์ทั้งหมดนะ เพราะในต่างประเทศ เทศกาลเคป๊อปได้เติบโตเป็นอีเวนต์ใหญ่แล้ว แต่เพราะไม่ใช่สถิติทางการที่นับด้วยมาตรฐานเดียวกัน ก็ต้องเข้าใจด้วยว่าตัวเลขเหล่านี้ดูเพื่ออ้างอิงเท่านั้น โดยวางดูคู่กันทั้งจำนวนผู้ชมโดยประมาณของ KCON LA 2023 ที่ AP รายงาน จำนวนผู้เข้าชม KCON Japan 2025 ที่ The Korea Times รายงาน และคำว่า “หลายหมื่นคนต่อวัน” จากรายงานของหนังสือพิมพ์ฮันกุกคยองเจ
นี่อาจไม่ใช่แค่คอนเสิร์ต แต่เป็นแพลตฟอร์มที่ขาย K-วัฒนธรรมทั้งก้อนก็ได้
| การแบ่ง | โมเดลคอนเสิร์ตแบบธรรมดา | โมเดลแพลตฟอร์ม K-วัฒนธรรม |
|---|---|---|
| แหล่งรายได้หลัก | บัตร·กูดส์ | บัตร+สปอนเซอร์แบรนด์+การใช้จ่ายหน้างาน+การท่องเที่ยว+อีคอมเมิร์ซออนไลน์ |
| ผู้เข้าร่วม | เน้นผู้ชม | ผู้ชม+ผู้ซื้อธุรกิจ+ธุรกิจขนาดกลางและเล็ก+องค์กรปกครองท้องถิ่น+วงการท่องเที่ยว |
| องค์ประกอบหน้างาน | เน้นสถานที่แสดง | การแสดง+ความงาม+อาหาร+แฟชั่น+โซนประสบการณ์ |
| ช่องทางขาย | เน้นวันจัดงาน | หน้างาน+อีคอมเมิร์ซ+โปรโมชันก่อนและหลังงาน |
| ผลของการขยาย | ความพอใจของแฟน | การเจรจาส่งออก, การสร้างแบรนด์เมือง, ขยายการใช้จ่ายด้านท่องเที่ยว |
| ตัวอย่างหลัก | การแสดงครั้งเดียว | KCON, K Collection, การขยายแบบ SXSW |
ทำด้วยกันก็ไม่ได้แปลว่าทุกอย่างจะโอเคนะ
| ด้าน | ความร่วมมือที่มีโอกาสได้รับอนุญาตสูง | การกระทำที่ทำให้ถูกสงสัยว่าเป็นการฮั้วมากขึ้น |
|---|---|---|
| การจัดงาน | ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน, บริหารเวที, จัดการความปลอดภัย | กำหนดเกณฑ์ค่าตัวการแสดงร่วมกันหรือกันคู่แข่งออก |
| การตลาด | ประชาสัมพันธ์ต่างประเทศร่วมกัน, พัฒนาแพ็กเกจท่องเที่ยว | ข้อตกลงแบ่งลูกค้า·คู่ค้า กัน |
| ราคา | คงนโยบายราคาแยกกันในแต่ละงาน | ตัดสินราคาบัตรหรือค่าธรรมเนียมร่วมกัน |
| การแบ่งปันข้อมูล | แบ่งปันแค่ข้อมูลขั้นต่ำที่จำเป็นต่อการทำโครงการ | แลกเปลี่ยนข้อมูลอ่อนไหว เช่น แผนราคาในอนาคต, เงื่อนไขการค้า, ปริมาณสินค้า |
| ผลกระทบต่อตลาด | ร่วมมือแบบจำกัดเฉพาะโครงการ | โครงสร้างที่ JV กลายเป็นประตูสำคัญของตลาดและขวางผู้ประกอบการรายอื่น |
ดังนั้นสิ่งที่โครงการนี้อยากสร้างจริงๆ อาจไม่ใช่แค่การแสดงหนึ่งงานก็ได้
ดูเผินๆ เรื่องนี้คือข่าวว่า 'บิ๊ก 4 จัดเทศกาลด้วยกัน' แต่ถ้าลองดูให้ลึกขึ้นอีกนิด จริงๆ แล้วมันดูเหมือนเป็น กระบวนการที่อุตสาหกรรม K팝 กำลังหาสูตรการเติบโตครั้งต่อไป เมื่อก่อนเพลงฮิต แฟนด้อม และยอดขายอัลบั้มคือหัวใจสำคัญ แต่ตอนนี้ ประสบการณ์แบบครบวงจร สำคัญขึ้นมากกว่า เช่น มาที่เกาหลี พักหลายวัน ดูการแสดง ซื้อกูดส์ ลองบิวตี้กับอาหาร และเที่ยวต่อด้วย
ถ้าสิ่งนี้สำเร็จ สิ่งที่จะเปลี่ยนไม่ใช่แค่ผลงานของบริษัทเท่านั้น สำหรับแฟนต่างประเทศ เกาหลีอาจไม่ใช่แค่ 'ประเทศของวงที่ชอบ' อีกต่อไป แต่จะกลายเป็น จุดหมายของเทศกาลที่ต้องไปด้วยตัวเองสักครั้ง เหมือนที่โคเชลลาเป็นทั้งเทศกาลดนตรีและเป็นสัญลักษณ์ของเมืองกลางทะเลทราย เกาหลีก็กำลังวาดภาพใหญ่กว่านั้น คือเชื่อม K팝 เข้ากับแบรนด์เมือง การท่องเที่ยว และการส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภค
แน่นอนว่าตอนนี้ยังอยู่ในขั้นเตรียมการ และก็ยังมีอุปสรรคหลายอย่างที่ต้องข้ามไปให้ได้ ว่าจะยอมให้ร่วมมือกับบริษัทคู่แข่งได้แค่ไหน จะรับมือเรื่องสถานที่จัดงาน ที่พัก การเดินทางอย่างไร แล้วจะกลายเป็นแบรนด์ที่คนรอคอยทุกปีได้จริงไหม นี่คือจุดสำคัญ แต่มีอย่างหนึ่งที่ชัดเจนแน่นอน คำถามที่แท้จริงของโปรเจกต์ครั้งนี้ไม่ใช่ว่า 'ที่เกาหลีจะจัดการแสดงใหญ่ได้ไหม?' แต่คือ 'เกาหลีจะสร้างเวทีที่ให้คนได้สัมผัส K-วัฒนธรรมทั้งหมดได้ไหม?' นี่แหละ
ถ้าโครงการนี้สำเร็จ การแสดง K팝 อาจไปไกลกว่าการขายบัตร และกลายเป็น เหตุผลของการมาเกาหลีเลย ได้
ถ้าล้มเหลว มันก็อาจจบแค่ 'คอนเสิร์ตรวมอีกงานหนึ่ง' แต่ถ้าสำเร็จ ก็อาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของโมเดลส่งออกวัฒนธรรมแบบเกาหลีได้
เราจะบอกวิธีใช้ชีวิตในเกาหลีให้คุณ
ช่วยรัก gltr life ให้มากๆ นะ




