วันอังคารที่ 22 จะมีเมฆมากทั่วประเทศ และคาดว่าบางพื้นที่จะมีฝนตก ตอนเช้าฝนอาจเริ่มที่เกาะเชจู ตอนบ่ายอาจเริ่มที่เขตช็อลลาใต้ และตอนกลางคืนอาจเริ่มที่เขตคย็องซังใต้ พื้นที่อื่นก็มีข่าวฝนในช่วงดึกด้วย อุณหภูมิพยากรณ์ไว้ที่ตอนเช้า 11~19도 ตอนกลางวัน 17~25도 ไม่มีความหนาวมาก แต่ความต่างระหว่างกลางวันกับกลางคืนอาจมีอยู่เล็กน้อย คลื่นทะเลจะค่อนข้างต่ำที่ทะเลตะวันออก ทะเลตะวันตก และชายฝั่งทะเลใต้ แต่สิ่งที่เห็นเด่นกว่าจากอากาศครั้งนี้คือคุณภาพอากาศ จากผลของพายุทรายที่เข้ามาในวันที่ 21 คาดว่าค่าความเข้มข้นของฝุ่นละเอียดทั่วประเทศจะอยู่ในระดับ 'แย่' โดยเฉพาะ PM10 อาจขึ้นไปถึงระดับ 'แย่มาก' ตั้งแต่ช่วงสายถึงช่วงบ่าย แต่ฝุ่นละเอียดมาก PM2.5 ถูกระบุว่าอยู่ระดับ 'ปกติ'
원문 보기
พอมีข่าวพายุทราย ทำไมข่าวฝุ่นละเอียดถึงตามมาด้วยเสมอ
ถ้าเพิ่งดูข่าวเกาหลีครั้งแรก ก็อาจงงนิดหน่อยใช่ไหม เขาบอกว่ามี พายุทราย ด้วย แล้วก็พูดว่า ฝุ่นละเอียด แย่ด้วย และบางวันยังแยกพูดถึง ฝุ่นละเอียดมาก อีกต่างหาก แต่จริงๆ แล้วทั้งสามอย่างนี้ไม่ใช่การพูดซ้ำคำเดิมนะ พายุทรายคือปรากฏการณ์ที่ฝุ่นดินปลิวมาจากเขตแห้งแล้งทางตอนเหนือของจีนและทางมองโกเลีย ส่วนฝุ่นละเอียดคือเกณฑ์การวัดอนุภาคเล็กๆ ที่ลอยอยู่ในอากาศตามขนาดนั่นเอง
เพราะแบบนี้ ในข่าวเลยมักออกมาคู่กันเสมอ สาเหตุคือ 'พายุทรายเข้ามาแล้ว' และผลคืออธิบายว่า 'ค่า PM10 สูงขึ้น' ถ้าพูดง่ายๆ พายุทรายบอกว่า 'ทำไมอากาศถึงขุ่น' ส่วนฝุ่นละเอียดแสดงให้เห็นว่า 'ตอนนี้ตัวเลขแย่แค่ไหน'
ตรงนี้มีจุดสำคัญอีกอย่างนะ ถึงพายุทรายจะมา ก็ไม่ได้แปลว่าฝุ่นละเอียดมาก PM2.5 จะพุ่งแรงตามเสมอไป พายุทรายเกี่ยวข้องกับอนุภาคดินที่ค่อนข้างใหญ่โดยตรงมากกว่า เลยทำให้ PM10 สูงขึ้นก่อนบ่อยๆ ส่วน PM2.5 ได้รับผลจากปัจจัยอื่นมากกว่า เช่น ไอเสียรถยนต์ การทำความร้อน การเผาไหม้ในภาคอุตสาหกรรม และปฏิกิริยาเคมีในบรรยากาศ เพราะงั้นบางวันก็เลยมีประโยคที่ดูแปลกนิดหน่อยแต่เจอจริง อย่างเช่น 'ฝุ่นละเอียดแย่มาก ฝุ่นละเอียดมากปกติ'
พายุทรายคือ ปรากฏการณ์ที่เข้ามา ฝุ่นละเอียดคือ ตัวเลขที่วัดได้
ตอนมีพายุทราย ปกติแล้ว PM10 จะเสียก่อนและหนักกว่าด้วย

พายุทราย·ฝุ่นละเอียด·ฝุ่นละเอียดมาก ชื่อคล้ายกันแต่เกณฑ์ต่างกัน
| หัวข้อ | พายุทราย | ฝุ่นละเอียด PM10 | ฝุ่นละเอียดมาก PM2.5 |
|---|---|---|---|
| ความหมาย | ปรากฏการณ์ฝุ่นดินที่ปลิวมาจากทะเลทราย·เขตแห้งแล้ง | ค่าการวัดอนุภาคที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 10㎛ | ค่าการวัดอนุภาคที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 2.5㎛ |
| สาเหตุหลัก | ฝุ่นที่เคลื่อนมาจากทางตอนเหนือของจีน·มองโกเลีย เป็นต้น | ฝุ่นเหลือง ฝุ่นฟุ้งกระจาย ฝุ่นถนน มลพิษจากการเผาไหม้บางส่วน | ไอเสียรถยนต์ การทำความร้อน การเผาไหม้ในอุตสาหกรรม การเกิดขึ้นภายหลังในอากาศ |
| บทบาทที่พูดถึงในข่าว | อธิบายว่าทำไมอากาศถึงขุ่น | แสดงเป็นตัวเลขว่าคุณภาพอากาศตอนนี้แย่แค่ไหน | ตัวเลขที่แสดงว่าความเสี่ยงต่อสุขภาพรุนแรงแค่ไหน |
| ลักษณะตามฤดูกาล | พบได้บ่อยเป็นพิเศษในฤดูใบไม้ผลิ | อาจเกิดได้ตลอดทั้งปี | อาจเกิดได้ตลอดทั้งปี |
| ความสัมพันธ์กับฝุ่นเหลือง | เป็นสาเหตุโดยตรง | มีโอกาสสูงที่จะขึ้นพร้อมกันแบบตรงที่สุด | ตามสถานการณ์อาจขึ้นก็ได้ หรือขึ้นน้อยก็ได้ |

ทำไม PM10 อาจแย่มาก แต่ PM2.5 อาจอยู่ในระดับปกติได้
| หัวข้อเปรียบเทียบ | PM10 | PM2.5 |
|---|---|---|
| ความรู้สึกเรื่องขนาด | อนุภาคที่เล็กกว่าประมาณ 1/5 ของความหนาเส้นผม | อนุภาคที่เล็กกว่า PM10 มาก จนเข้าไปลึกในปอดได้ |
| สถานการณ์ที่ค่าสูงได้ง่าย | ฝุ่นเหลือง ฝุ่นดิน ฝุ่นจากไซต์ก่อสร้าง ฝุ่นถนนที่ฟุ้งกระจาย | มลพิษจากการเผาไหม้ ไอเสีย การที่อากาศนิ่ง ปฏิกิริยาเคมี |
| จุดที่สัมผัสร่างกายก่อน | ทางเดินหายใจส่วนบน เช่น จมูก คอ หลอดลม | ลึกเข้าไปในถุงลมปอด และบางส่วนเกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาการอักเสบทั่วร่างกาย |
| อาการที่รู้สึกได้ | แสบตา คอระคายเคือง ไอ และอาการระคายเคืองแบบนี้เด่นชัด | ถึงแม้ภายนอกจะรู้สึกไม่แรง แต่ความเสี่ยงต่อสุขภาพอาจมากกว่าได้ |
| การตัดสินใจออกไปข้างนอก | ในวันที่ฝุ่นทรายแรง การใส่หน้ากากและป้องกันตาสำคัญเป็นพิเศษ | ถ้ามองความเสี่ยงต่อสุขภาพแบบระมัดระวัง ก็ต้องดูอย่างระวังมากขึ้น |

พายุฝุ่นเหลืองมีมาตั้งแต่สมัยก่อน แล้วทำไมพอเข้าช่วงทศวรรษ 2000 ถึงกลายเป็น 'ข่าวภัยพิบัติฤดูใบไม้ผลิ' ล่ะ
ตัวฝุ่นทรายเองเป็นปรากฏการณ์ที่มีมานาน แต่การขึ้นมาเป็นจุดสำคัญของข่าวทั่วประเทศแบบตอนนี้ ถือว่าเพิ่งเกิดขึ้นไม่นานนี้เอง
ขั้นที่ 1: ฝุ่นทรายไม่ใช่ปรากฏการณ์ใหม่
ในบันทึกสมัยซัมกุกซากีและยุคโชซอนก็มีคำอธิบายอย่างฝนดินสีเหลืองหรือฝุ่นอยู่แล้ว เพราะงั้นฝุ่นทรายจึงเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติในฤดูใบไม้ผลิที่เข้ามายังคาบสมุทรเกาหลีมาตั้งแต่เดิม
ขั้นที่ 2: หลังทศวรรษ 1980 คนเริ่มรู้สึกว่ามันเกิดบ่อยขึ้น
ถ้าดูข้อมูลการสังเกตสมัยใหม่ โดยอิงโซลเป็นเกณฑ์ จะสรุปได้ว่าหลัง 1980 การเกิดฝุ่นทรายเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เมื่อก่อนก็มีอยู่แล้ว แต่ถือเป็นช่วงที่คนเกาหลีสมัยใหม่เริ่มรู้สึกว่า 'ช่วงนี้ทำไมมาบ่อยจัง?'
ขั้นที่ 3: ตั้งแต่ทศวรรษ 1990 เริ่มมีการจัดการด้วยตัวเลข
ถ้าพายุฝุ่นเหลืองจะเปลี่ยนจากแค่ปรากฏการณ์ตามฤดูกาลให้กลายเป็นข่าว ก็ต้องมีบันทึกและสถิติใช่ไหม ตั้งแต่ต้นทศวรรษ 1990 พอมีการสังเกตสมัยใหม่และมีการสะสมสถิติ พายุฝุ่นเหลืองก็ไม่ใช่เรื่องที่พูดกันด้วย 'ความรู้สึก' แต่กลายเป็นสิ่งที่อธิบายด้วย 'ตัวเลข' ได้แล้ว
ขั้นที่ 4: 2001~2002 เปลี่ยนบรรยากาศไป
ในปี 2001 จำนวนวันฝุ่นทรายเพิ่มขึ้นมากและสร้างแรงกระทบต่อสังคม และช่วงรอบ ๆ 2001~2002 ก็เริ่มมีการวิเคราะห์โลหะหนักและการพูดคุยเรื่องผลกระทบต่อสุขภาพอย่างจริงจัง ตั้งแต่นั้นมา ฝุ่นทรายไม่ใช่แค่ "ท้องฟ้าดูมัว ๆ" แต่เปลี่ยนเป็นคำถามว่า "อันตรายต่อสุขภาพไหม?"
ขั้นที่ 5: ตอนนี้เป็นยุคของแบบจำลองการพยากรณ์ระหว่างประเทศ
หลังกลางทศวรรษ 2000 ก็เริ่มมีการติดตามพื้นที่ต้นกำเนิด ความร่วมมือระหว่างเกาหลี จีน และมองโกเลีย ข้อมูลดาวเทียม และแบบจำลองการพยากรณ์เข้ามาด้วย พอถึงทศวรรษ 2020 ก็มีการนำแบบจำลองพยากรณ์แบบบูรณาการของเกาหลีมาใช้ ทำให้พายุฝุ่นเหลืองไม่ได้เป็นแค่ปรากฏการณ์ธรรมชาติในฤดูใบไม้ผลิอีกต่อไป แต่กลายเป็นประเด็นสิ่งแวดล้อมที่รัฐเฝ้าติดตามแบบเรียลไทม์

เหตุผลที่ทั้งประเทศตึงเครียดพร้อมกัน การพยากรณ์คุณภาพอากาศทำแบบนี้
| รายการ | คำอธิบาย |
|---|---|
| ทำไมถึงเป็นข่าวทั่วประเทศ | ฝุ่นทรายและมลพิษที่ไหลเข้ามาจากต่างประเทศมักเข้ามาจากทางตะวันตก แล้วเคลื่อนผ่านพื้นที่กว้าง เลยแยกดูแค่โซลอย่างเดียวไม่ได้ |
| ใครเป็นคนพยากรณ์ | ศูนย์พยากรณ์แบบบูรณาการคุณภาพอากาศของสถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมแห่งชาติในสังกัดกระทรวงสิ่งแวดล้อมเป็นหน่วยหลัก และมีการนำข้อมูลฝุ่นทรายกับการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยามาสะท้อนร่วมกัน |
| ดูข้อมูลอะไรบ้าง | ใช้เครือข่ายตรวจวัดภาคพื้นดิน การพยากรณ์อากาศ ข้อมูลปริมาณการปล่อย และข้อมูลดาวเทียมสิ่งแวดล้อม มารวมกันเพื่อพยากรณ์ |
| เกณฑ์ระดับ PM10 | ดี 0~30, ปานกลาง 31~80, แย่ 81~150, แย่มาก 151 ขึ้นไป(㎍/㎥) |
| เกณฑ์ระดับ PM2.5 | ดี 0~15, ปานกลาง 16~35, แย่ 36~75, แย่มาก 76 ขึ้นไป(㎍/㎥) |
| ความต่างระหว่างการพยากรณ์กับการเตือนภัย | การพยากรณ์คือการบอกระดับความเข้มข้นล่วงหน้า ส่วนการเตือนภัยจะประกาศเมื่อระดับความเข้มข้นจริงสูงเกินเกณฑ์ต่อเนื่องค่ะ |

ถ้าฝนตก ฝุ่นเหลืองจะถูกชะล้างลงไปจริงไหม
นี่เป็นคำถามที่พออยู่ฤดูใบไม้ผลิในเกาหลีสัก 몇 번 ก็ต้องสงสัยแน่นอนค่ะ ในข่าวก็มักพูดว่า 'ถ้าฝนตก ฝุ่นละเอียดก็น่าจะดีขึ้น' ใช่ไหมคะ จริงๆ แล้วฝนจะไปเกาะกับอนุภาคในอากาศแล้วทำให้ตกลงสู่พื้น เรียกว่า การกำจัดแบบเปียก ค่ะ พูดง่ายๆ คือเหมือนเอาผ้าชุบน้ำเช็ดท้องฟ้าสักรอบหนึ่งนั่นเอง
แต่ตรงนี้ก็มีจุดที่ต้องระวังค่ะ อนุภาคที่ค่อนข้างใหญ่แบบฝุ่นเหลืองมักถูกฝนชะล้างได้ดี แต่ อนุภาคเล็กมากอย่าง PM2.5 ถ้าฝนตกเบาหรือตกไม่นาน อาจลดลงไม่มากเท่าที่คิดก็ได้ค่ะ ยิ่งถ้ามีมลพิษจากข้างนอกไหลเข้ามาต่อเนื่อง หรืออากาศนิ่งไม่ถ่ายเท ถึงฝนจะตก คุณภาพอากาศก็ยังอาจอยู่ระดับ 'แย่' ได้
เวลาที่ฝนเริ่มตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ก็เข้าใจด้วยเหตุผลเดียวกันได้ค่ะ เมฆฝนไม่ได้มาแบบกำแพงที่ปกคลุมทั้งประเทศพร้อมกัน แต่จะคล้ายแถบที่เคลื่อนที่มากกว่า เริ่มก่อนที่เชจู แล้วค่อยลามช้าๆ ไปทางช็อลลาใต้กับคย็องซังใต้แบบนี้ค่ะ เพราะงั้นบางพื้นที่ฝนตกแล้ว แต่อีกบางพื้นที่ยังมีฝุ่นเหลืองกับท้องฟ้าขุ่นอยู่ ก็เกิดขึ้นพร้อมกันได้
สรุปแบบใช้ในชีวิตประจำวันก็คือ อย่าเพิ่งสบายใจแค่เห็นคำว่า 'ฝนจะตก' แต่ควรดู ปริมาณฝน ระยะเวลาที่ตก และค่่า PM2.5 ไปพร้อมกันค่ะ เพราะวันที่ระคายคอจากฝุ่นเหลือง กับวันที่ฝุ่นละเอียดมากสะสมหนัก วิธีรับมือจะต่างกันนิดหน่อย
ถ้ามีพยากรณ์ฝุ่นเหลืองขึ้นมา ให้ดู ตัวเลข PM10 ก่อน และถ้ากังวลเรื่องสุขภาพ ก็ดู PM2.5 เพิ่มด้วยนะคะ
ถึงจะมีข่าวว่าฝนจะตก แต่ถ้าปริมาณฝนน้อย การที่คุณภาพอากาศจะดีขึ้นก็อาจมีจำกัดค่ะ
เราจะบอกวิธีใช้ชีวิตในเกาหลีให้คุณ
ช่วยรัก gltr life เยอะๆ นะคะ




