ศาลแขวงตะวันออกโซลตัดสินโทษจำคุกชายวัย 30 กว่าปีที่ทำงานเป็นคนรับโอนเงินในขบวนการหลอกโอนเงินทางโทรศัพท์ จากการสอบสวนพบว่า ชายคนนี้ได้ติดต่อกับผู้ร่วมก่อเหตุในฮาเดสคาเฟ่ ซึ่งถูกชี้ว่าเป็นพื้นที่ล่อเข้าสู่อาชญากรรม ศาลมองว่าไม่ใช่แค่ส่งมอบสมุดบัญชีเท่านั้น แต่มีส่วนร่วมในการฉ้อโกงซ้ำๆ ด้วย จำเลยอ้างในการสอบสวนของตำรวจว่า แค่โอนบัญชีให้คนอื่นเท่านั้น แต่ในการสอบสวนเพิ่มเติมของอัยการ ได้ยืนยันพฤติการณ์ว่ามีส่วนร่วมในการก่อเหตุหลายครั้ง ระหว่างการสอบสวนยังพบด้วยว่า ภายในฮาเดสคาเฟ่มีการแชร์วิธีรับมือการสอบสวนด้วย ฮาเดสคาเฟ่เปิดขึ้นในเดือน 11 ปี 2023 หลังจากนั้นก็ถูกชี้ว่าเป็นช่องทางหลักที่มีโพสต์ชวนทำงานรายได้สูงในต่างประเทศ รับสมัครบัญชีม้า และรับสมัครคนรับโอนเงิน โดยเฉพาะหลังจากเรื่องกลุ่มอาชญากรรมในกัมพูชาเป็นที่รู้จักมากขึ้น พื้นที่นี้ก็ยิ่งถูกจับตาว่าเป็นทางเชื่อมคนเกาหลีกับองค์กรอาชญากรรมในต่างประเทศ
원문 보기เหตุผลที่คดีนี้น่ากลัว คือข้างหลังคนรับโอนเงิน 1 คน เราเห็น '**แพลตฟอร์ม**' อยู่
ถ้าอ่านข่าวแบบผ่านๆ ก็อาจจบแค่ว่า 'มีคนรับโอนเงินในคดีหลอกโอนเงินทางโทรศัพท์ 1 คนถูกตัดสินจำคุก' แต่ถ้าดูให้ลึกขึ้นอีกนิด จุดที่น่ากลัวจริงๆ ของคดีนี้คือ เราเห็นว่า มีช่องทางเปิดสาธารณะชื่อฮาเดสคาเฟ่ที่ใช้ดึงคนเข้าไป นั่นหมายความว่า มีทางเข้าออนไลน์ที่องค์กรอาชญากรรมใช้หาคน หาบัญชี เชื่อมคนรับโอนเงิน และแม้แต่กระจายข้อมูลรับมือการสอบสวนด้วย
ที่เรื่องนี้สำคัญก็เพราะว่า เดิมทีอาชญากรรมแบบองค์กรยิ่งซ่อนตัวก็ยิ่งจับยาก แต่ทุกวันนี้กลับใช้หน้าตาธรรมดาแบบ 'งานพาร์ตไทม์รายได้สูง' มาดึงคนเข้ามา เพราะงั้นฮาเดสคาเฟ่จึงไม่ใช่แค่บอร์ดธรรมดา แต่เรียกได้ว่าเป็นเหมือน เว็บรับสมัครงาน + ศูนย์เชื่อมต่อ + ที่สอนมือใหม่ ขององค์กรอาชญากรรม
เพราะแบบนี้ คำตัดสินครั้งนี้จึงมองเป็นแค่การหลุดออกนอกทางของคนคนเดียวได้ยาก มากกว่าการลงโทษคนรับโอนเงินรายบุคคล มันใกล้เคียงกับกรณีที่เผยให้เห็นว่า โครงสร้างที่เชื่อมคนหนุ่มสาวเกาหลีไปยังแหล่งอาชญากรรมในต่างประเทศทำงานจริงอย่างไร คำตอบของคำถามว่า 'ทำไมเรื่องแบบนี้ยังเกิดขึ้นเรื่อยๆ?' ก็คือ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่แค่ตัวบุคคล แต่อยู่ที่แพลตฟอร์มและเครือข่าย
ฮาเดสคาเฟ่ไม่ได้เป็นแค่พื้นที่คุยเล่น แต่ถูกชี้ว่าเป็นช่องทางที่ รับสมัครคน·เชื่อมบทบาท·แชร์ข้อมูลรับมือการสอบสวน ได้ในที่เดียว
เพราะงั้น ในคดีนี้ สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า 'คนรับโอนเงิน 1 คน' คือ 'โครงสร้างพื้นฐานของอาชญากรรมถูกเปิดเผยอยู่บนออนไลน์'
ชุมชนทั่วไปกับแพลตฟอร์มตัวกลางอาชญากรรมต่างกันอย่างไร
| หัวข้อเปรียบเทียบ | ชุมชนทั่วไป | แพลตฟอร์มตัวกลางอาชญากรรมที่ถูกชี้ว่าเป็นแบบฮาเดสคาเฟ่ |
|---|---|---|
| เป้าหมายหลัก | แชร์ข้อมูล·คุยเล่น·ทำกิจกรรมงานอดิเรก | รับสมัครคน เชื่อมบทบาท สนับสนุนการก่ออาชญากรรม |
| โพสต์ตัวอย่าง | รีวิว คำถาม โพสต์ชีวิตประจำวัน | โพสต์ชวนทำงานรายได้สูงในต่างประเทศ รับสมัครบัญชีม้า รับสมัครคนรับโอนเงิน |
| การเชื่อมต่อนอกแพลตฟอร์ม | ย้ายไปแชตเมื่อต้องการเท่านั้น | ย้ายไปช่องทางปิดอย่างเทเลแกรมอย่างรวดเร็ว |
| ลักษณะข้อมูล | ข้อมูลสาธารณะกระจายอยู่หลายที่ | มีการสะสมวิธีก่อเหตุ การแบ่งหน้าที่ และวิธีรับมือการสอบสวน |
| ความสนใจของหน่วยสืบสวน | ดูเป็นรายโพสต์ | ทั้งแพลตฟอร์มถูกจับตาว่าเป็นทางเข้าของเครือข่ายอาชญากรรม |
5 ขั้นที่ทำให้งานพิเศษรายได้ดีในต่างประเทศกลายเป็นทางเข้าของแหล่งอาชญากรรม
หลายคนมักคิดว่า 'จะไปโดนหลอกแบบนั้นได้ยังไง?' แต่ถ้าดูโครงสร้างแล้ว มันละเอียดกว่าที่คิดนะ
ขั้นที่ 1: ทำให้ดูเหมือนประกาศรับงานธรรมดา
ตอนแรกจะเข้ามาด้วยคำว่า งานให้คำปรึกษา งานแปล หรือดูแลลูกค้า พวกเขาจะใส่ข้อความอย่าง รายได้ต่อเดือนหลายสิบล้านวอน มีที่พักและอาหารให้ มีค่าตั๋วเครื่องบินให้ เพื่อให้ดูไม่ใช่งานอันตราย แต่เหมือนเป็นงานในต่างประเทศที่เงื่อนไขดี
ขั้นที่ 2: ย้ายไปคุยในแชตเพื่อให้สบายใจ
ถ้าแสดงความสนใจในบอร์ดประกาศ เขาจะย้ายไปคุยในแชตอย่างเทเลแกรมทันที ที่นี่เขาจะพูดซ้ำ ๆ ว่า 'กัมพูชาปลอดภัย' 'ไม่ผิดกฎหมาย' 'ไม่มีการกักขัง' เพื่อกดความสงสัยเอาไว้ก่อน
ขั้นที่ 3: เตรียมตั๋วเครื่องบินและที่พักให้ เพื่อลดกำแพงในการเข้าไป
ปกติข้อเสนอหลอกลวงดูเหมือนจะเตรียมตัวไม่ดี แต่ฝั่งนี้กลับใจดีมาก เขาช่วยจัดการตั้งแต่ตั๋วเครื่องบิน รถรับ ไปจนถึงที่พัก เลยทำให้คนหางานรู้สึกว่า 'น่าจะเป็นบริษัทจริง' ได้ง่าย
ขั้นที่ 4: พอไปถึงที่นั่นแล้ว ถึงรู้ว่าเป็นโครงสร้างที่หนียาก
หลังไปถึงสนามบิน แล้วถูกพาไปยังที่พักหรือเขตพื้นที่ที่ตัดขาดจากภายนอก ความจริงก็เริ่มชัดขึ้น หลายกรณีถูกยึดหนังสือเดินทาง ถูกควบคุมโทรศัพท์มือถือ และถูกกดดันเหมือนเป็นหนี้ จนเสียอิสรภาพ
ขั้นที่ 5: สุดท้ายถูกบังคับให้ทำงานหลอกลวงออนไลน์หรือเป็นผู้ช่วยอาชญากรรม
ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่ใช่งานปกติแล้ว แต่เหมือนถูกพาเข้าไปในศูนย์สแกม หรือก็คือโรงงานหลอกลวงออนไลน์ ต้องรับหน้าที่อย่างล่อเหยื่อ ส่งต่อเงิน หรือจัดการบัญชี และบางคนแม้หนีออกมาได้แล้ว ก็ยังกลับไปพัวพันกับอาชญากรรมอีก
ขนาดโดยประมาณของการระดมคนแบบบังคับในศูนย์สแกมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
นี่เป็นตัวเลขที่มักถูกอ้างอิงจากการประเมินของสหประชาชาติ มองเป็นสัญญาณที่แสดงว่า 'ปัญหานี้กลายเป็นอุตสาหกรรมมากแค่ไหน' มากกว่าจะเป็นการนับที่แม่นยำ
ทำไมคนโอนเงินต่อถึงเป็นห่วงโซ่สุดท้ายที่องค์กรขาดไม่ได้
ในคดีหลอกลวงทางโทรศัพท์ คนโอนเงินต่อ ก็คือคนที่ย้ายเงินตามความหมายตรงตัว แต่ถ้าคิดว่าเป็นแค่คนวิ่งงาน โครงสร้างทั้งหมดจะมองไม่ออก พอเงินที่เหยื่อส่งเข้าไปอยู่ในบัญชีม้า (บัญชีที่ยืมหรือซื้อมาเพื่อใช้ทำอาชญากรรม) หลังจากนั้นก็ต้องมีใครสักคนเอาเงินก้อนนั้นออกมา แล้วส่งต่อไปยังบัญชีอื่นหรือองค์กรในต่างประเทศใช่ไหม คนที่ทำให้การเชื่อมต่อขั้นสุดท้ายนั้นสมบูรณ์ก็คือคนโอนเงินต่อ
สำหรับองค์กร บทบาทนี้สำคัญมาก โดยเฉพาะถ้าหัวหน้าลงมือเอง การตามรอยจะง่ายเกินไป เลยกระจายเส้นทางเงินให้ผ่านมือหลายคนเพื่อตัดรอยทิ้ง แนวคิด มันนีมิวล์(money mule, คนที่ขนย้ายเงินอาชญากรรมแทน) ที่ FBI หรืออินเตอร์โพลพูดถึง ก็เป็นแบบนี้แหละ พูดง่าย ๆ คือทำให้เงินสกปรกต้องผ่านซอยแยกหลายทาง ก่อนจะกลับไปหาคนที่เป็นเจ้าของตัวจริง
เพราะแบบนี้ ศาลก็ไม่ได้มองคนโอนเงินต่อว่าเป็น 'คนที่ไม่รู้อะไรแล้วช่วยแป๊บเดียว' ง่าย ๆ ถ้าดูจากพฤติการณ์อย่าง โอนเงินต่อซ้ำ ๆ หรือไม่ ใช้บัญชีของครอบครัวด้วยหรือไม่ รับคำสั่งทางเทเลแกรมหรือไม่ หรือได้รับค่าตอบแทนสูงผิดปกติหรือไม่ ก็มีโอกาสมากที่จะถูกตัดสินว่าเคลื่อนไหวโดยรู้โครงสร้างการฟอกเงินและการส่งต่อเงินขององค์กร
ก่อนที่เงินของผู้เสียหายจะกลายเป็นรายได้ขององค์กรอย่างสมบูรณ์ คนนี้คือห่วงโซ่ที่รับหน้าที่การย้ายเงินครั้งสุดท้าย
ถึงบทบาทจะดูเล็ก แต่เพราะเป็นคนทำให้เส้นทางเงินสมบูรณ์ โทษจึงไม่เบา
คนหาบัญชี คนถอนเงิน คนเก็บเงิน คนโอนเงินต่อ ชื่อคล้ายกันแต่หน้าที่ต่างกัน
| บทบาท | ทำอะไร | ทำไมถึงจำเป็น |
|---|---|---|
| คนหาบัญชีธนาคาร | หาบัญชีและบัตร รวมถึงรหัสผ่านที่จะใช้ก่อเหตุ | เพราะต้องมีช่องทางที่เงินของผู้เสียหายจะโอนเข้าเป็นที่แรก |
| คนถอนเงิน | ถอนเงินที่เข้าบัญชีม้าออกจาก ATM เป็นต้น | เพื่อเปลี่ยนเป็นเงินสดก่อนที่จะมีการติดตามบัญชี |
| คนรับเงินสด | รับเงินสดโดยตรงจากผู้เสียหายหรือจากคนถอนเงิน | เพื่อรวมเงินไว้ที่เดียวแล้วส่งต่อไปขั้นตอนถัดไป |
| คนโอนเงิน | ส่งเงินที่รวบรวมแล้วไปยังบัญชีอื่น เส้นทางแลกเงิน หรือหัวหน้าที่อยู่ต่างประเทศ | เพื่อทำให้เป็นกำไรขององค์กรและทำให้ติดตามได้ยากขึ้น |
ทำไมคำว่า 'แค่ส่งสมุดบัญชีให้' ถึงใช้แก้ตัวได้ยาก
| การแยกประเภท | ฝ่าฝืนกฎหมายธุรกรรมการเงินอิเล็กทรอนิกส์ | การช่วยฉ้อโกง·การเป็นผู้ร่วมกระทำผิด |
|---|---|---|
| การกระทำหลัก | โอนหรือให้ยืมสื่อเข้าถึง เช่น สมุดบัญชี บัตรเดบิต รหัสผ่าน | ให้หรือร่วมมือทั้งที่รู้หรือสงสัยอย่างมากว่าบัญชีนั้นจะถูกใช้ในการฉ้อโกง |
| ทำไมถึงถูกลงโทษ | เพราะบัญชีม้าเองเป็นโครงสร้างพื้นฐานของอาชญากรรม | เพราะถูกมองว่าได้ช่วยในการหลอกเอาทรัพย์จริงและการย้ายเงิน |
| พฤติการณ์สำคัญที่ใช้พิจารณา | ได้รับค่าตอบแทนไหม ส่งต่อถึงบัตรและรหัสผ่านด้วยไหม | ความทำซ้ำ คำสั่งทางแชต การรับรู้โฆษณา การมีส่วนร่วมในการโอนเงินต่อจากนั้นหรือไม่ |
| ช่วงที่คำอธิบายของจำเลยอ่อนลง | แค่พูดว่า 'ต้องการเงินด่วนเลยฝากไว้' แบบนี้ยังไม่พอ | เมื่อมีคำสั่งแปลก ๆ และโครงสร้างรายได้สูงที่ยากจะบอกว่าไม่รู้ |
จนปัญหากัมพูชากลายเป็นประเด็นของสังคมเกาหลีทั้งหมด
จริง ๆ แล้ววอยซ์ฟิชชิงที่มีฐานอยู่ต่างประเทศไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ทำไมช่วงหลังคำว่า 'กัมพูชา' ถึงถูกพูดถึงมากเป็นพิเศษล่ะ?
ขั้นที่ 1: ในช่วงทศวรรษ 2010 วอยซ์ฟิชชิงแบบหลอกชวนที่มีฐานในจีนถูกมองเห็นก่อน
รูปแบบการล่อเยาวชนเกาหลีด้วยเหยื่องานต่างประเทศมีมานานแล้ว เพียงแต่ตอนนั้นศูนย์กลางอยู่ทางจีน และยังไม่มีภาพลักษณ์เป็นสแกมเซ็นเตอร์แบบโรงงานชัดเท่าตอนนี้
ขั้นที่ 2: ช่วงรอบปี 2022 สแกมเซ็นเตอร์ในกัมพูชากลายเป็นปัญหาระดับนานาชาติ
ในสังคมนานาชาติเริ่มมองเห็นปัญหาคอมเพล็กซ์สแกม การค้ามนุษย์ และแรงงานบังคับในกัมพูชาและเมียนมาแล้ว พูดง่าย ๆ คือก่อนที่สื่อเกาหลีจะรายงานใหญ่ โลกก็เริ่มมีสัญญาณเตือนกันอยู่แล้ว
ขั้นที่ 3: ในปี 2023~2024 การแจ้งเหตุลักพาตัว·กักขังชาวเกาหลีเพิ่มขึ้น ทำให้คนในประเทศรู้สึกใกล้ตัวมากขึ้น
ตั้งแต่ขั้นนี้ มันไม่ใช่ 'อาชญากรรมของประเทศอื่น' อีกต่อไป แต่กลายเป็นปัญหาความเสียหายของชาวเกาหลีเอง โดยเฉพาะเมื่อมีคำอย่างลักพาตัว กักขัง ทรมาน และเสียชีวิต ความกลัวก็เพิ่มขึ้นมาก
ขั้นที่ 4: ความจริงที่ว่ามีชาวเกาหลีเข้าร่วมจำนวนมากถูกเปิดเผย
สิ่งที่น่าตกใจกว่านั้นคือไม่ได้มีแค่ผู้เสียหายเท่านั้น บางส่วนเข้าร่วมโดยสมัครใจ และยังมีกรณีที่ได้รับการช่วยเหลือแล้วกลับไปอีก ทำให้ปัญหาซับซ้อนขึ้นไปอีก
ขั้นที่ 5: ในปี 2025 การกวาดล้างครั้งใหญ่และการส่งตัวกลับยืนยันว่าเป็น 'อาชญากรรมระหว่างประเทศเชิงโครงสร้าง'
เมื่อมีการกวาดล้างครั้งใหญ่ของทางการกัมพูชา การส่งตัวชาวเกาหลีกลับ และการสืบสวนร่วมเกาหลี-กัมพูชาอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้คนจึงมองชัดว่าไม่ใช่คดีเดี่ยว ๆ แต่เป็นเครือข่ายอาชญากรรมแบบอุตสาหกรรม ช่องทางดึงคนเข้าไปทางออนไลน์อย่างฮาเดสคาเฟ่ก็เริ่มเห็นชัดขึ้นในบริบทนี้ด้วย
การแจ้งเหตุลักพาตัว·กักขังชาวเกาหลีเพิ่มขึ้นแบบนี้
นี่คือแนวโน้มที่มักถูกอ้างถึงในข่าวตามเกณฑ์ของกระทรวงการต่างประเทศ สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือบรรยากาศในปี 2024 ที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ดังนั้น หลังจากอ่านบทความนี้แล้ว สิ่งที่พวกเราต้องระวังจริงๆ คืออะไร
อย่างแรกที่ต้องระวังคือความคิดที่ว่า 'อาชญากรรมจะหลอกได้แค่คนพิเศษบางคนเท่านั้น' ค่ะ ถ้าดูจากกรณีของฮาเดสคาเฟ่ ทางเข้าดูน่าธรรมดามากจนน่าตกใจเลยนะ คำอย่างประกาศงานพาร์ตไทม์ ข้อเสนองาน การทำงานต่างประเทศ หรือมีที่พักและอาหารให้ อาจฟังดูเป็นเรื่องจริงได้มากสำหรับชาวต่างชาติที่อยู่ในเกาหลีหรือคนหนุ่มสาวที่กำลังหางานด้วย
อย่างที่สองคือ ถ้าแบ่งบทบาทให้เล็กมาก ความรู้สึกผิดก็จะถูกแบ่งเล็กลงไปด้วย ค่ะ แค่ให้ยืมบัญชี แค่โอนเงิน แค่แนะนำผ่านเมสเซนเจอร์ ถ้าแยกออกมาทีละอย่างก็จะดูเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่ใช่ไหมคะ แต่การก่ออาชญากรรมแบบองค์กรทำงานได้ก็เพราะเอาบทบาทเล็กๆ เหล่านั้นมาประกอบเข้าด้วยกัน เพราะแบบนี้ หน่วยงานสืบสวนและศาลจึงไม่มองว่า 'บทบาทเล็กๆ' เป็นเรื่องเบาๆ
สุดท้ายแล้ว ข้อความสำคัญที่คดีนี้ส่งมานั้นง่ายมากค่ะ ถ้าข้อเสนองานรายได้สูงที่เห็นออนไลน์ดูง่ายเกินไป มีข้อความทำให้สบายใจมากกว่าคำอธิบาย พยายามให้ย้ายไปคุยนอกเมสเซนเจอร์อย่างเร็ว และขอข้อมูลบัญชีหรือข้อมูลยืนยันตัวตน นั่นก็คือสัญญาณอันตรายแล้วค่ะ ถึงฮาเดสคาเฟ่จะหายไป โครงสร้างแบบคล้ายๆ กันก็อาจเปลี่ยนแค่ชื่อแล้วกลับมาใหม่ได้ เพราะฉะนั้น สิ่งสำคัญไม่ใช่การจำชื่อคาเฟ่ใดคาเฟ่หนึ่ง แต่คือการมี สายตาที่มองออกถึงโครงสร้างการล่อลวงนั้นเอง
'งานพาร์ตไทม์รายได้สูงในต่างประเทศ' อาจไม่ใช่ข้อมูลงาน แต่เป็น ข้อความล่อให้เข้าสู่อาชญากรรม ได้
บทบาทเล็กๆ อย่างคนรับโอนเงินหรือการให้ใช้บัญชี ก็เป็นห่วงโซ่สำคัญในอาชญากรรมแบบองค์กร
สิ่งที่สำคัญกว่าชื่อแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่ง คือการสังเกตรูปแบบ ข้อความให้สบายใจ → ย้ายไปเมสเซนเจอร์ → ช่วยเรื่องบัญชี·การเดินทาง
เราจะบอกวิธีใช้ชีวิตในเกาหลีให้คุณเอง
ช่วยรัก gltr life เยอะๆ นะ




