กาย แบล็ก ชาวแคนาดา จะเดินข้ามเกาหลีเพื่อรำลึกถึงยุทธการคาพย็อง เขาวางแผนจะเดินประมาณ 355km จากคาพย็องไปจนถึงสุสานทหารสหประชาชาติที่ปูซาน เขายังจะเข้าร่วมพิธีรำลึกของ 4 ประเทศเครือจักรภพที่เข้าร่วมสงครามเกาหลีด้วย กาย แบล็ก บอกว่านี่เป็นโครงการรำลึกคาพย็องครั้งที่สามของเขา ในปี 2021 เขาเดินประมาณ 300km จากโทฟิโน รัฐบริติชโคลัมเบีย แคนาดา ไปยังศิลาคาพย็องที่แลงลีย์ และในปี 2023 เขาก็จัดการเดินรำลึกขนาดประมาณ 300km ในรูปแบบที่เชื่อมแคนาดากับเกาหลี ยุทธการคาพย็องเกิดขึ้นเป็นเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 23 เมษายน 1951 ตอนนั้นกองพลน้อยที่ 27 ของเครือจักรภพได้ต้านทานกองทัพจีนที่มีจำนวนมากกว่าในบริเวณลำธารคาพย็อง การรบครั้งนี้ยังคงถูกจดจำว่าเป็นประวัติศาสตร์ทางทหารที่สำคัญในแคนาดาและออสเตรเลียจนถึงวันนี้
원문 보기
ชาวแคนาดาคนหนึ่งเดินในเกาหลี ไม่ใช่แค่การเข้าร่วมงานรำลึกธรรมดา
ถ้ามองผ่านๆ แค่อ่านข่าว อาจคิดว่า 'มีชาวต่างชาติคนหนึ่งมาร่วมกิจกรรมเดินที่มีความหมาย' แต่การเดินของกาย แบล็ก ไม่ได้อยู่แค่นั้น เขาเหมือน คนที่ใช้ร่างกายช่วยจดจำฉากหนึ่งของยุทธการคาพย็องอีกครั้ง เขาเคยเดินประมาณ 300km ในแคนาดา และก็เคยทำการเดินรำลึกขนาดใกล้เคียงกันในเกาหลีด้วย ส่วนครั้งนี้เขาตั้งใจจะเดินประมาณ 355km จากคาพย็องไปจนถึงสุสานทหารสหประชาชาติที่ปูซาน
ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้? เพราะความทรงจำเรื่องสงครามพอเวลาผ่านไป ก็มักกลายเป็นแค่ประโยคหนึ่งในหนังสือเรียน แต่บางคนเปลี่ยนความทรงจำนั้นจากคำพูดบนเวทีงานพิธี ให้กลายเป็น พิธีกรรมที่ถ่ายทอดด้วยการเดินเท้า กาย แบล็ก เป็นอดีตกำลังสำรองของแคนาดา และเป็นที่รู้จักว่าเคยทำหน้าที่เป็นผู้บันทึก อาสาสมัคร และผู้เชื่อมโยงในชุมชนทหารผ่านศึก เพราะแบบนี้ การเดินของเขาเลยไม่ใช่งานอดิเรกส่วนตัว แต่เหมือนคำประกาศว่า 'ฉันจะพาเรื่องนี้ไปถึงคนรุ่นต่อไป'
ตรงนี้หลายคนก็เริ่มสงสัยใช่ไหม ว่าจริงๆ แล้วการรบที่คาพย็องคืออะไร ทำไมหลังจากผ่านไปมากกว่า 70 ปีแล้ว ชาวแคนาดาถึงยังเดินรำลึกถึงประเทศของตัวเองและเกาหลีต่อไป ถ้าอยากเข้าใจเรื่องนั้น ก่อนอื่นต้องดูก่อนว่าคาพย็องกลายเป็น ความทรงจำที่ยังมีชีวิตอยู่จนถึงตอนนี้ จากการรบครั้งหนึ่งได้อย่างไร
การเดินของกาย แบล็ก ไม่ใช่แค่การเข้าร่วมธรรมดา แต่เป็น 'การรำลึกแบบลงมือทำ' ที่สืบต่อความทรงจำ
เพราะงั้น แก่นของบทความนี้จึงไม่ใช่แค่การเดินของคนคนหนึ่ง แต่คือทำไมยุทธการคาพย็องยังเป็นความทรงจำที่ยังเกิดขึ้นในปัจจุบัน

ความทรงจำของยุทธการคาพย็องไม่ได้จบลงแค่การรบครั้งเดียว
ถ้าดูตามลำดับเวลา จะเห็นชัดเลยว่าความทรงจำของการรบสืบต่อมาจนถึงการเดินรำลึกในทศวรรษ 2020 ได้อย่างไร
ขั้นที่ 1: ปี 1950 แคนาดาส่งกำลังทหารไปสงครามเกาหลี
เมื่อสงครามเกาหลีขยายเป็นสงครามของกองกำลังสหประชาชาติ แคนาดาก็ส่งทหารไปร่วมรบ หน่วยที่ถูกส่งไปในเวลานั้น ต่อมากลายเป็นกำลังหลักสำคัญของยุทธการคาพย็อง
ขั้นที่ 2: เมษายน 1951 ที่คาพย็อง สามารถหยุดสถานการณ์ไม่ให้แย่ลงได้
ในช่วงที่แนวรบสั่นคลอนจากการรุกฤดูใบไม้ผลิของกองทัพจีน กองพลน้อยที่ 27 ของเครือจักรภพได้ยืนป้องกันหุบเขาคาพย็องและเนินเขาโดยรอบ การรบครั้งนี้ถูกจดจำว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่ช่วยถ่วงเวลาให้การป้องกันทางไปโซล
ขั้นที่ 3: หลังสงคราม 'คาพย็อง' กลายเป็นเกียรติยศของหน่วยทหาร
คาพย็องไม่ใช่แค่สถานที่รบ แต่กลายเป็น battle honour หรือ เกียรติการรบอย่างเป็นทางการ พูดง่ายๆ คือเหมือนป้ายชื่อที่แสดงว่า 'หน่วยนี้ผ่านบททดสอบแบบไหนมา'
ขั้นที่ 4: ช่วงทศวรรษ 1980~2020 มีการสร้างอนุสาวรีย์และสวนสาธารณะขึ้น
ไม่ใช่แค่ที่กาพย็องในเกาหลีเท่านั้น แต่ในแผ่นดินใหญ่ของแคนาดาก็มีสถานที่แห่งความทรงจำอย่าง Kap'yong Memorial, Kapyong Park, Gapyeong Battle Monument เกิดขึ้นด้วย ความทรงจำไม่ได้อยู่แค่ในเอกสาร แต่กลายเป็นสถานที่จริงแล้ว
ขั้นที่ 5: ตอนนี้ลูกหลานและคนทั่วไปกำลังเดินตามความทรงจำนั้นอยู่
พอเข้าสู่ช่วงทศวรรษ 2020 ก็มีเส้นทางรำลึกและการเดินแสวงรอยเกิดขึ้น ในยุคที่คนรุ่นทหารผ่านศึกลดน้อยลง วิธีสืบต่อความทรงจำก็ขยายไปเป็น 'การกลับไปผ่านสถานที่จริงด้วยร่างกายอีกครั้ง' นั่นเอง

ทำไมกาพย็องถึงสำคัญมาก
สิ่งที่ทำให้ยุทธการกาพย็องพิเศษ ไม่ใช่แค่ว่า 'สู้กันดุเดือด' เท่านั้น สิ่งสำคัญคือ มันเป็นการสู้เพื่อป้องกันจุดไหน กาพย็องอยู่ตามแนวหุบเขาและเส้นทางถนน ห่างจากทางตะวันออกเฉียงเหนือของโซลประมาณ 60km เป็นพื้นที่ภูเขาเยอะ เลยยากที่กองกำลังขนาดใหญ่จะเคลื่อนที่ไปทางไหนก็ได้ สุดท้ายก็ต้องลงมาตามหุบเขาและถนน เพราะอย่างนั้น ถ้าเปรียบกาพย็องเป็นประตู มันไม่ใช่ประตูใหญ่ของป้อม แต่เหมือนประตูข้างแคบ ๆ ที่อยู่ระหว่างภูเขา
ในช่วงการรุกฤดูใบไม้ผลิของกองทัพจีนเมื่อเดือน 4 ปี 1951 แนวรบบางส่วนของกองทัพเกาหลีพังลง ทำให้ทางผ่านนี้ตกอยู่ในอันตรายทันที ถ้าแนวกาพย็องถูกเจาะได้ง่ายกว่านี้ กองกำลังสหประชาชาติก็น่าจะถอยและจัดระเบียบใหม่ได้ยากกว่านี้มาก เพราะงั้นยุทธการกาพย็องจึงไม่ใช่ศึกตัดสินที่จบสงครามในครั้งเดียว แต่ถูกมองว่าเป็น ศึกสกัดกั้นที่ตัดกระแสการคุกคามไปทางโซลได้อีกครั้ง
นี่ก็เป็นเหตุผลที่ตอนนี้ในแคนาดายังพูดเรื่องนี้ซ้ำ ๆ ไม่ใช่แค่การอวดว่า 'พวกเราได้ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่' แต่เป็นเรื่องเล่าว่าได้ยื้อแนวรบที่กำลังพังไว้และซื้อเวลาเอาไว้ มากกว่าจะเป็นชัยชนะจากการรุกใหญ่แบบสวยงามเหมือนในหนัง กลับเป็นการรบตั้งรับที่หยุดสถานการณ์อันตรายกว่าไว้ได้ ซึ่งยิ่งทำให้คนจำได้นาน
กาพย็องไม่ได้เป็น 'ถนนใหญ่' ที่ไปโซล แต่เป็นทางผ่านสำคัญที่สามารถเคลื่อนลงใต้ได้ในภูมิประเทศภูเขา
เพราะงั้นยุทธการกาพย็องจึงถูกจดจำว่าเป็นการรบที่ยื้อแนวรบที่อาจพังลง มากกว่าการรบที่ยึดดินแดนกลับคืนมาได้มาก

ถ้าดูแค่ตัวเลข กองกำลังเครือจักรภพเสียเปรียบ
แม้ตัวเลขรายละเอียดจะต่างกันเล็กน้อยตามแต่ละแหล่งข้อมูล แต่ภาพรวมเหมือนกันคือ 'กองกำลังเครือจักรภพยืนหยัดป้องกันด้วยกำลังที่น้อยกว่ามาก'

แต่ที่ยังไม่ถอย ก็เพราะแต่ละประเทศมีบทบาทต่างกัน
| ประเทศ/หน่วย | บทบาทในสนาม | ทำไมสำคัญ |
|---|---|---|
| ออสเตรเลีย 3RAR | รับการโจมตีช่วงแรกทางฝั่ง Hill 504 | ช่วยขวางไม่ให้กองทัพจีนผ่านปากหุบเขาไปได้ในครั้งเดียว |
| แคนาดา 2 PPCLI | แกนหลักของการป้องกัน Hill 677 | ยืนรับการโจมตีหลักในช่วงท้าย และกลายเป็นศูนย์กลางของเรื่องเล่ายุทธการกาพย็อง |
| นิวซีแลนด์ กรมทหารปืนใหญ่สนามที่ 16 | สนับสนุนอำนาจการยิงปืนใหญ่อย่างต่อเนื่อง | ชดเชยจุดอ่อนเรื่องกำลังพลน้อยด้วยอำนาจการยิงจากระยะไกล |
| หน่วยทหารอังกฤษ | การบังคับบัญชา การป้องกันแนวหลัง ภารกิจปืนกลและสนับสนุน | ช่วยหนุนให้ทหารราบแนวหน้ามุ่งป้องกันที่สูงได้ |

ตลอด 3 วัน การรบดำเนินไปแบบนี้
ถ้าดูยุทธการกาพย็องตามลำดับเวลา จะยิ่งเห็นชัดว่าทำไมการรบนี้ไม่ใช่ 'ชัยชนะปาฏิหาริย์' แต่เป็น 'ความสำเร็จของศึกสกัดกั้นแบบเร่งด่วน'
ขั้นที่ 1: รีบอุดช่องว่างของแนวรบที่พังลง
ราววันที่ 23 เดือน 4 ปี 1951 กองพลที่ 6 ของกองทัพเกาหลีถอย ทำให้เกิดช่องว่างในแนวรบ กองพลน้อยที่ 27 แห่งเครือจักรภพไม่ได้เตรียมศึกตัดสินขนาดใหญ่ที่นี่มาตั้งแต่แรก แต่ถูกส่งไปวางกำลังอย่างเร่งด่วนตามที่สูงและแนวถนนในพื้นที่กาพย็อง
ขั้นที่ 2: แรงปะทะแรกของกองทัพจีนตกที่กองทัพออสเตรเลีย
ช่วงแรก จุดหลักของการโจมตีอยู่ฝั่ง 3RAR ของออสเตรเลีย แม้ว่าจะมีการโจมตีกลางคืนและการแทรกซึมต่อเนื่อง แต่กองทัพออสเตรเลียยึดแนวแกนด้านตะวันออกไว้ได้ จึงทำให้ทางเข้าหุบเขาไม่พังลงพร้อมกันทั้งหมด
ขั้นที่ 3: น้ำหนักของการรบย้ายไปฝั่งกองทัพแคนาดา
หลังจากนั้น จุดศูนย์กลางของแรงกดดันย้ายไปที่เนิน 677 ซึ่ง 2 PPCLI ของแคนาดาเป็นผู้ป้องกัน กองทัพจีนพยายามเปิดการบุกเป็นระลอกในเวลากลางคืน แต่กองทัพแคนาดาไม่ยอมเสียที่สูง และยังคงรักษาความต่อเนื่องของแนวรบไว้ได้
ขั้นที่ 4: ความต่างของกำลังพลถูกชดเชยด้วยภูมิประเทศและปืนใหญ่
ในหุบเขาแคบ ๆ กองทัพจีนยากที่จะกระจายกำลังจำนวนมากออกมาพร้อมกัน ในทางกลับกัน กองกำลังเครือจักรภพใช้การป้องกันที่สูงร่วมกับการสนับสนุนจากปืนใหญ่ เลยตัดการโจมตีได้ต่อเนื่องแม้มีจำนวนน้อยกว่า พูดง่าย ๆ คือ ฝ่ายที่เฝ้าทางเข้าซอยแคบจะได้เปรียบกว่า
ขั้นที่ 5: การหยุดการทะลวงได้ คือผลสำเร็จที่แท้จริงของการรบ
ราว ๆ วันที่ 4월 25일 การรุกของกองทัพจีนเริ่มชะลอลง และกองกำลังเครือจักรภพก็ทำเป้าหมายการป้องกันแนวแกนกาพยองได้สำเร็จ นี่ไม่ใช่ชัยชนะที่ขยายสนามรบออกไปมาก แต่แก่นสำคัญคือการชะลอแนวโน้มที่อาจต่อเนื่องไปทางโซล และช่วยซื้อเวลาให้กองกำลังสหประชาชาติได้จัดระเบียบใหม่

เหตุผลที่ 4 ประเทศในเครือจักรภพยังรำลึกร่วมกันมาจนถึงตอนนี้
| ประเทศ | เหตุผล/ภูมิหลังของการเข้าร่วมรบ | ตำแหน่งในยุทธการกาพยอง | วิธีการรำลึกในปัจจุบัน |
|---|---|---|---|
| แคนาดา | ความมั่นคงร่วมของสหประชาชาติและความรับผิดชอบต่อพันธมิตร | 2 PPCLI เป็นแกนหลักของการป้องกันเนิน 677 | เอกสารเกียรติประวัติแห่งชาติ, Kapyong Park, ศิลารำลึก, สื่อการศึกษา |
| ออสเตรเลีย | ตอบรับคำขอของสหประชาชาติอย่างรวดเร็ว | 3RAR รับแรงปะทะช่วงแรกไว้ | Kapyong Day, เชื่อมโยงกับประเพณีรำลึก ANZAC |
| นิวซีแลนด์ | ความรับผิดชอบในฐานะประเทศผู้ก่อตั้งสหประชาชาติและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในยุคสงครามเย็น | การสนับสนุนอำนาจการยิงของกรมทหารปืนใหญ่สนามที่ 16 | สัมมนา, งานเกียรติประวัติ, ความทรงจำในธรรมเนียมปืนใหญ่ |
| สหราชอาณาจักร | โครงสร้างกองพลน้อยเครือจักรภพและปฏิบัติการร่วม | การบังคับบัญชา·การสนับสนุน·การป้องกันด้านหลัง | พิธีรำลึกในพื้นที่และวัฒนธรรมการรำลึกแบบเครือจักรภพ |

ทำไมในแคนาดา ชื่อ 'กาพยอง' ยังอยู่ในชื่อสวนสาธารณะและศิลารำลึก
| อุปกรณ์ความทรงจำ | มีอะไรบ้าง | ความหมาย |
|---|---|---|
| เกียรติประวัติแห่งชาติ | กระทรวงทหารผ่านศึกบันทึกอย่างเป็นทางการว่ามีผู้เข้าร่วมสงครามเกาหลีราว 2หมื่น6천 คน และเสียชีวิต 516 คน | หมายความว่าสงครามเกาหลียังคงถูกบันทึกอยู่ในความทรงจำระดับชาติของแคนาดา |
| ความทรงจำเชิงสถานที่ | Kapyong Park, Kap'yong Memorial, Gapyeong Battle Monument | กาพยองไม่ได้เป็นแค่ชื่อสถานที่ต่างประเทศ แต่กลายเป็นชื่อสถานที่รำลึกในแคนาดา |
| ความทรงจำผ่านชื่อ | รำลึกผู้เสียชีวิต 516 คนที่ Wall of Remembrance | นี่ไม่ใช่เรื่องเล่าความรักชาติแบบนามธรรม แต่เป็นวิธีจดจำทีละคน |
| ความทรงจำผ่านพิธีการ | งานประจำปีอย่าง Turn to Busan | การรำลึกในแคนาดาเชื่อมโยงกับสุสานอนุสรณ์สหประชาชาติที่ปูซานในเกาหลีด้วย |
| การแลกเปลี่ยนเกาหลี-แคนาดา | ศิลาหินแกรนิตที่อำเภอกาพยองมอบให้ และการสร้างอนุสรณ์ใหม่ | ความทรงจำเรื่องสงครามไม่ได้จบแค่การหวนคิดถึงอดีต แต่ต่อเนื่องเป็นมิตรภาพทางการทูต |

ดังนั้น 'กาพยอง' จึงเป็นทั้งชื่อสถานที่ในเกาหลี และเป็นอัตลักษณ์ของกองทัพแคนาดากับออสเตรเลีย
สำหรับคนเกาหลี พอนึกถึงกาพยอง อาจนึกถึงภาพลักษณ์อย่างสถานที่ท่องเที่ยว เมล็ดสน หรือทัคคาลบีก่อนก็ได้ แต่สำหรับทหารบางคนของแคนาดาและออสเตรเลีย กาพยอง หรือพูดให้แม่นคือ Kapyong คือชื่อที่ใช้อธิบายว่า 'พวกเราเป็นหน่วยแบบไหน' เพราะยุทธการนี้ได้กลายเป็น battle honour หรือเกียรติยศการรบที่หน่วยได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ
แนวคิดนี้อาจรู้สึกแปลกนิดหน่อย แต่ถ้าพูดง่าย ๆ ก็คล้ายกับการที่ทีมกีฬาของโรงเรียนเก็บประวัติการได้แชมป์ระดับประเทศไว้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติโรงเรียนต่อไป เพียงแต่ในกองทัพ เรื่องนี้ถูกทำให้เป็นระบบมากกว่านั้นมาก มันถูกใส่ซ้ำ ๆ ในธงหน่วย ประวัติกรมทหาร วันรำลึก และการฝึกทหารใหม่ เพราะแบบนี้ 'กาพยอง' จึงไม่ใช่แค่ชื่อสถานที่หนึ่งบนแผนที่ แต่คงอยู่เป็นสัญลักษณ์ของ ประสบการณ์ที่รักษาภารกิจไว้จนถึงที่สุด แม้อยู่ในภาวะเสียเปรียบอย่างมาก
มองแบบนี้ก็จะเข้าใจได้ว่าทำไม กาย แบล็ก ถึงกลับมาเดินในเกาหลีอีกครั้ง เขาไม่ได้มากับการรำลึกถึงการรบเก่า ๆ ของประเทศที่ไม่คุ้นเคย แต่กำลังกลับมาหาสถานที่แห่งหนึ่งที่สร้างอัตลักษณ์ของชุมชนของเขาเอง และในมุมของเกาหลี เรื่องนี้ยิ่งน่าสนใจมากขึ้น เพราะมันหมายความว่าความทรงจำของสงครามเกาหลีไม่ได้ถูกเก็บรักษาไว้แค่ในเกาหลีเท่านั้น แต่สำหรับชาวต่างชาติบางคน มันยังมีชีวิตอยู่จนถึงตอนนี้ในฐานะหน้าที่และความภาคภูมิใจปัจจุบัน
ยุทธการกาพย็องไม่ใช่แค่ 'ชัยชนะในอดีต' แต่เป็นชื่อที่ยังสืบต่อมาเป็นธรรมเนียมและการศึกษาในกองทัพแคนาดาและออสเตรเลียจนถึงตอนนี้
ดังนั้น การเดินข้ามประเทศของชาวแคนาดาคนหนึ่งจึงไม่ใช่แค่งานรำลึก แต่ใกล้กับการเชื่อมประวัติศาสตร์ของเกาหลีและประเทศของตัวเองเข้าด้วยกันอีกครั้ง
เราจะบอกวิธีใช้ชีวิตในเกาหลีให้คุณ
โปรดรัก gltr life มาก ๆ นะ




